การขอหนังสือเดินทางฉบับใหม่
การขอหนังสือเดินทางฉบับใหม่
วันที่นำเข้าข้อมูล 9 ก.ย. 2562
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 พ.ย. 2565
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-passport) คืออะไร?
คือ หนังสือเดินทางที่มีคุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค (Technical Specifications) ตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งแตกต่างจาก หนังสือเดินทางแบบเดิม ดังนี้
- มีการบันทึกข้อมูลชีวภาพ (biometric data) ได้แก่ ลายนิ้วมือ รูปใบหน้า ไว้ใน Contactless Integrated Circuit ซึ่งฝังอยู่ในเล่มหนังสือเดินทาง
- สามารถอ่านได้ด้วยเครื่อง Automatic Gate ณ จุดผ่านแดนระหว่างประเทศ โดยมีการตรวจพิสูจน์โดยอัตโนมัติเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในหนังสือเดินทางกับ ผู้ถือหนังสือเดินทาง (1: 1)
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ดีกว่าหนังสือเดินทางแบบเดิมอย่างไร
- สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้สูง เป็นมาตรการสำคัญในการสกัดกั้นขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ การลักลอบเข้าเมือง ฯลฯ
- สามารถตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลได้แม่นยำและรวดเร็ว อำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง การเข้าเมือง และส่งเสริมการท่องเที่ยว
- เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ ทำให้หนังสือเดินทางไทยมีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับสากลยิ่งขึ้น ส่งผลต่อเนื่องทางบวกด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ
หลักฐานการขอมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับบุคคลทั่วไป
บัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก
การยื่นคำร้อง
การยื่นคำร้อง ผู้ร้องต้องมายื่นคำร้องด้วยตนเอง เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการบันทึกข้อมูลชีวภาพ (ถ่ายภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ) โดยมีขั้นตอนดังนี้
- รับบัตรคิว
-
พบเจ้าหน้าที่เพื่อวัดส่วนสูงเก็บข้อมูลชีวภาพ ถ่ายรูปและเก็บลายพิมพ์นิ้วมือด้วยเครื่อง
สแกนเนอร์ นิ้วชี้ขวาและซ้ายข้างละ 2 ครั้ง - ลงชื่อในใบคำร้อง
- ชำระเงินค่าธรรมเนียม
- รับใบเสร็จรับเงินและใบนัดจ่ายเล่ม
ค่าธรรมเนียม
กระทรวงการต่างประเทศยังคงคิดค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เท่า หนังสือเดินทางที่ใช้ในปัจจุบัน คือ ราคาเล่มละ 1,000 บาทและมีอายุใช้งาน 5 ปี เช่นเดียวกับหนังสือเดินทางปัจจุบันแต่ได้เพิ่มหน้าจากเดิม 32 หน้าเป็น 50 หน้า
การต่ออายุหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
- เพื่อให้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มีประสิทธิภาพการใช้งานได้สูงสุด จึงกำหนดให้หนังสือเดินทางชนิดนี้มีอายุ ใช้งาน 5 ปี
- หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จะไม่มีการต่ออายุ แต่จะออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่แทนเล่มเดิม
- ไม่อนุญาตให้ลงบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อความใด ๆ (เช่น การขอเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล) ของผู้ถือหนังสือเดินทางลงในเล่มหนังสือเดินทาง เพื่อป้องกันปัญหาการขาดความน่าเชื่อถือของข้อมูลตัวบุคคลที่บันทึกไว้ใน หน้าหนังสือเดินทางซึ่งอาจขัดแย้งกับข้อมูลที่บันทึกไว้แล้วในไมโครชิพ ดังนั้นหากแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยแล้วต้องทำหนังสือ เดินทางเล่มใหม่
ระยะเวลาเริ่มใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
กำหนดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้
- ระยะแรก (26 พฤษภาคม 2548) เปิดให้บริการหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ประเภททูตและราชการ ที่อาคารกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ
- 1 มิถุนายน 2548 เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทาง อิเล็กทรอนิกส์โครงการนำร่องสำหรับประชาชนวันละประมาณ 100 เล่ม ที่กรมการกงสุล อาคารถนนแจ้งวัฒนะ เพียงแห่งเดียว โดยประชาชนสามารถยื่นคำขอหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันต่อไปจน ถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2548 สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางแบบเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถใช้ต่อไปได้จน กว่าจะหมดอายุ
- ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2548 เป็นต้นไป เปิดให้บริการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกแห่ง ทั้งที่กรมการกงสุล สำนักงานสาขาทั้งในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้า บางนา) ต่างจังหวัด (ขอนแก่น เชียงใหม่ และหาดใหญ่) และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลไทยในต่างประเทศทั้ง 86 แห่ง ทั่วโลก
การรับเล่ม
- ผู้ร้องสามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการภายหลังจากวันยื่นคำร้อง
- โดยที่กระทรวงฯได้ติดตั้งเครื่องอ่านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์จำลอง เพื่อผู้ร้องสามารถทดสอบการผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานโดยอัตโนมัติไว้ 1 เครื่อง ที่กรมการกงสุล ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มารับเล่มด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ถือหนังสือเดินทางมีความคุ้นเคยกับการใช้หนังสือเดินทาง อิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ
- ในกรณีจำเป็น อาจมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับแทน/อาจร้องขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ
ผู้สนใจขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 981-7257 ถึง 60 ในวันและเวลาราชการ และที่ www.mfa.go.th หรือสอบถามทางอีเมล์ ที่[email protected]

-
หนังสือเดินทางธรรดา
- หนังสือเดินทางราชการ
หนังสือเดินทางธรรมดา
กระทรวงการต่างประเทศมีความยินดีที่จะขอเรียนให้ประชาชนผู้ใช้บริการหนังสือ เดินทางทุกท่านทราบว่า กระทรวงการต่างประเทศได้จัดพิมพ์หนังสือเดินทางรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-พาสปอร์ต ออกให้บริการประชาชนแทนหนังสือเดินทางรุ่นเก่า โดยได้มีการปรับปรุงและพัฒนารูปแบบ สีสรร และคุณลักษณะด้านป้องกันการปลอมแปลงด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยตามข้อ กำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization - ICAO) และเป็นการยกระดับคุณภาพหนังสือเดินทางไทย ให้ทัดเทียมกับประเทศชั้นนำของโลก


หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนังสือเดินทางที่สามารถอ่านข้อมูลได้ด้วย เครื่องอ่าน (Machine Readable Passport) รูปแบบใหม่ที่มีการบันทึกข้อมูลทางชีวภาพของผู้ถือหนังสือเดินทางไว้ในไมโคร ชิพและฝังไว้ในหนังสือเดินทาง ส่วนข้อมูลชีวภาพที่บันทึกไว้ได้แก่ โครงสร้างใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือตามข้อกำหนด ICAO ดังนั้น การปลอมแปลงจึงกระทำได้ยาก เพราะต้องปลอมแปลงทั้งข้อมูล data page และข้อมูลในไมโครชิพให้ตรงกัน นอกจากนี้ อี-พาสปอร์ตยังช่วยให้การพิสูจน์ตัวบุคคลด่านตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปโดยแม่น ยำ
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มีสีปกและขนาดเท่ากับหนังสือเดินทางรูปแบบเดิม ดังนั้น เพื่อให้ทราบว่าเป็นหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ปกหน้าด้านล่างจะมี สัญลักษณ์ อี-พาสปอร์ต แต่ภายในเล่มมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลายประการ เริ่มตั้งแต่ปกหน้าด้านใน มีรูปหัวเรือสุวรรณหงส์ปรากฏอยู่ ขณะที่รูปถ่ายและข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทาง อยู่ที่หน้า 2 นอกจากนี้ยังเพิ่มคุณลักษณะป้องกันการปลอมแปลง (Security Features) อีกหลายอย่างทั้งชนิดที่มองเห็นด้วยตาเปล่าและที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษใน การตรวจสอบ
การออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นพัฒนาการอีกทางหนึ่งของกองหนังสือ เดินทางนอกเหนือจากการปรับปรุงรูปแบบและขั้นตอนการบริการให้สะดวกรวดเร็วและ เป็นที่พึงพอใจของประชาชน
สำหรับหนังสือเดินทางรุ่นเก่าที่ออกให้กับประชาชน ยังคงใช้งานต่อไปได้จนกว่าจะถึงกำหนดวันหมดอายุในหนังสือเดินทาง และในกรณีจำเป็นเร่งด่วน สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ อาจออกหนังสือเดินทางชั่วคราวให้แก่คนไทย




หนังสือเดินทางราชการ
หนังสือเดินทางราชการอิเล็กทรอนิกส์มีรูปแบบและมาตรฐานความปลอดภัยสูงเช่น เดียวกับหนังสือเดินทางธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านคุณภาพ เนื่องจากมีการเพิ่มคุณลักษณะป้องกันการปลอมแปลง( Security Features ) หลายอย่าง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสามารถตรวจสอบได้ด้วยอุปกรณ์พิเศษ


Royal Thai Consulate-General, Karachi, Pakistan